มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล เปิดใจถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากในการพาทีมก้าวสู่ความสำเร็จ พร้อมยอมรับว่าเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ดีพอหรือไม่” ที่จะนำทัพ “ปืนใหญ่” ไปสู่การคว้าแชมป์รายการใหญ่ หลังต้องเผชิญแรงกดดันมหาศาลตลอดทั้งฤดูกาล
กุนซือชาวสเปนเผยว่า หนึ่งในสิ่งที่ยากที่สุดของการทำทีมคือการรับมือกับความคาดหวังตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล โดยเฉพาะเมื่ออาร์เซน่อลถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัว
“ช่วงเริ่มต้นฤดูกาลเป็นอะไรที่ยากมาก เพราะเมื่อคุณสร้างทีมขึ้นมาจนถึงจุดที่ทุกคนคาดหวังแค่การคว้าแชมป์ ช่องว่างระหว่างความสำเร็จกับความล้มเหลวมันเล็กนิดเดียว โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องแข่งขันกับคู่แข่งระดับสูง” อาร์เตต้ากล่าว
เจ้าตัวย้อนถึงบรรยากาศในการแถลงข่าวช่วงเดือนกันยายนและตุลาคม ที่อาร์เซนอลถูกตั้งคำถามทันทีเมื่อผลการแข่งขันไม่เป็นไปตามเป้า
“ตอนนั้นทุกคนพูดว่า ถ้าไม่ชนะ ลีกก็จบแล้ว ทั้งที่ฤดูกาลยังเหลืออีกตั้งหลายเดือน การเล่นฟุตบอลพร้อมแบกแรงกดดันแบบนั้นไว้ตลอดเวลาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
แม้ต้องเผชิญสถานการณ์หนักหน่วง แต่ อาร์เตต้า ยืนยันว่า สิ่งที่เขาภูมิใจมากที่สุดไม่ใช่แค่การคว้าแชมป์ แต่คือวิธีที่ทีมก้าวผ่านอุปสรรคทั้งหมดมาได้
“สิ่งที่ผมภูมิใจที่สุดคือวิธีที่เราทำมัน เราแสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่สำคัญ ไม่ใช่แค่ในฟุตบอล แต่รวมถึงชีวิตด้วย ทั้งความพากเพียร ความยืดหยุ่น และการรักษาความสงบในช่วงเวลาที่ผู้คนเริ่มสงสัยในตัวคุณ”
นอกจากนี้ อาร์เตต้ายังเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่า เขาเองก็เคยมีช่วงเวลาที่ตั้งคำถามกับตัวเองเช่นกัน
“ผมเคยถามตัวเองว่า ผมดีพอไหมที่จะพาผู้เล่นกลุ่มนี้ไปคว้าแชมป์ใหญ่? เพราะจนกว่าคุณจะทำได้จริง คุณก็ยังพิสูจน์ตัวเองไม่ได้”
กุนซือวัย 44 ปี ยังพูดถึงแนวทางการสร้างทีมและแรงกระตุ้นภายในห้องแต่งตัว โดยยอมรับว่าเขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อยกระดับทีม ไม่ว่าจะเป็นการเชิญวิทยากรภายนอกเข้ามาสร้างแรงบันดาลใจ หรือการพัฒนากระบวนการทำงานใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
“บทเรียนสำคัญที่สุดคือการถ่อมตัว ต้องเปิดใจเรียนรู้อยู่เสมอ และโฟกัสกับเป้าหมาย ถ้าคุณทุ่มเทเต็มที่ คุณก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จ”
อาร์เตต้ามองว่า อาร์เซนอลกำลังเดินมาถูกทาง หลังสร้างมาตรฐานการลุ้นแชมป์ได้ต่อเนื่องตลอด 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา และฤดูกาลนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของสโมสร
อย่างไรก็ตาม นายใหญ่ “เดอะ กันเนอร์ส” ยืนยันว่าทีมยังไม่หยุดพัฒนา เพราะยังมีเป้าหมายใหญ่อีกมากรออยู่ โดยเฉพาะเกมสำคัญที่กรุงบูดาเปสต์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
“ตอนนี้เมื่อคุณสัมผัสความสำเร็จได้แล้ว คุณก็ยิ่งต้องการมากขึ้น เรารู้ว่าเรากำลังก้าวไปทีละขั้น และถ้ายังดีไม่พอ เราก็ต้องหาวิธีใหม่ๆ เพื่อพัฒนาตัวเองต่อไป นั่นคือสิ่งที่เราจะทำต่อจากนี้”
ที่มา : skysports



