เรอัล มาดริด เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งในแนวรับอย่างต่อเนื่อง ด้วยการประกาศคว้าตัว เดนเซล ดุมฟรีส์ แบ็กขวาทีมชาติเนเธอร์แลนด์จาก อินเตอร์ มิลาน อย่างเป็นทางการ พร้อมเซ็นสัญญาระยะยาว 4 ปี
แม้สโมสรจะไม่ได้เปิดเผยค่าตัว แต่หลายสำนักในยุโรปรายงานตรงกันว่า “ราชันชุดขาว” เลือกใช้เงื่อนไขฉีกสัญญามูลค่า 20 ล้านยูโร (ประมาณ 17.1 ล้านปอนด์) เพื่อปิดดีลกองหลังวัย 30 ปีรายนี้
การย้ายทีมครั้งนี้ทำให้ ดุมฟรีส์ กลายเป็นนักเตะใหม่รายที่ 4 ของ เรอัล มาดริด ในช่วงซัมเมอร์ ต่อจาก มาร์ก กูกูเรญา, แบร์นาร์โด ซิลวา และ อิบราฮิมา โกนาเต้
หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจของดีลนี้คือ ดุมฟรีส์ ไม่ได้ถูกดึงเข้ามาเพื่อเป็นเพียงตัวเลือกสำรองของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แต่จะเข้ามาแข่งขันแย่งตำแหน่งโดยตรง
นี่สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการสร้างทีมของ เรอัล มาดริด ที่ต้องการยกระดับการแข่งขันภายในทีม มากกว่าการมีตัวจริงแบบไร้คู่แข่ง โดยเฉพาะในฤดูกาลที่ต้องลงเล่นหลายรายการ ทั้งลาลีกา, ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก และฟุตบอลถ้วย
สำหรับ ดุมฟรีส์ จุดเด่นอยู่ที่ความแข็งแกร่งทางร่างกาย การเติมเกมรุก และการเล่นลูกกลางอากาศ ขณะที่ เทรนต์ โดดเด่นเรื่องการวางบอล การสร้างสรรค์เกม และการเปิดบอลจากด้านข้าง ทำให้ทั้งสองคนมีสไตล์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน และเปิดโอกาสให้ทีมเลือกใช้งานตามแท็กติกของแต่ละเกม
ดุมฟรีส์ ย้ายจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น มาค้าแข้งกับ อินเตอร์ มิลาน เมื่อปี 2021 และก้าวขึ้นเป็นกำลังสำคัญของทีมอย่างรวดเร็ว
ตลอดระยะเวลา 4 ฤดูกาล เขาลงสนามให้ “งูใหญ่” รวม 207 นัด ยิงได้ 27 ประตู พร้อมทำ 28 แอสซิสต์
นอกจากนี้ ยังมีส่วนสำคัญในการพา อินเตอร์ คว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา 2 สมัย และ โคปปา อิตาเลีย 3 สมัย พร้อมสร้างชื่อในฐานะแบ็กขวาที่มีผลงานเกมรุกโดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของยุโรป
การคว้าตัว ดุมฟรีส์ เป็นอีกหนึ่งหมากสำคัญของ เรอัล มาดริด หลังทีมจบฤดูกาลที่ผ่านมาแบบไร้แชมป์ ซึ่งทำให้ ฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานสโมสร ประกาศชัดว่าจะยกเครื่องแนวรับครั้งใหญ่
นอกจากการเสริมผู้เล่นหลายตำแหน่งแล้ว สโมสรยังตัดสินใจดึง โชเซ่ มูรินโญ่ กลับมารับตำแหน่งกุนซือเป็นคำรบที่สอง เพื่อพาทีมกลับมาทวงความสำเร็จทั้งในประเทศและเวทียุโรป
หากมองลึกกว่าการเสริมทัพทั่วไป ดีลของ ดุมฟรีส์ อาจไม่ใช่การหาคนมาแทนหรือมาเป็นแบ็กขวาสำรอง แต่เป็นการเพิ่มอาวุธให้กับทีมในเชิงแท็กติก
ฟุตบอลยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการปรับรูปแบบการเล่นระหว่างเกมมากขึ้น การมีแบ็กขวาที่มีคุณสมบัติต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทำให้ เรอัล มาดริด สามารถเลือกใช้นักเตะให้เหมาะกับคู่แข่งได้
- หากต้องการเกมบุกจากการเปิดบอลและการสร้างสรรค์เกม เทรนต์ คือคำตอบ
- หากต้องการพละกำลัง การดวลตัวต่อตัว การเติมเกมแบบไดเร็กต์ และความแข็งแกร่งในจังหวะรับ ดุมฟรีส์ จะตอบโจทย์มากกว่า
นั่นทำให้การแข่งขันระหว่างทั้งคู่มีแนวโน้มเป็นการสลับใช้งานตามแท็กติก มากกว่าการมีตัวจริงและตัวสำรองอย่างชัดเจน ซึ่งอาจกลายเป็นหนึ่งในจุดแข็งของ เรอัล มาดริด ในฤดูกาลใหม่



