วงการลูกหนังแดนกระทิงดุต้องสะเทือนอีกครั้ง เมื่อคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติโปรตุเกส ก้าวสู่บทบาทใหม่นอกสนาม ด้วยการเข้าซื้อหุ้น 25% ของสโมสรอัลเมเรีย ทีมในศึกเซกุนดา ดิวิชั่น (ดิวิชั่น 2 ของสเปน)
ดีลดังกล่าวเกิดขึ้นผ่านบริษัทที่เพิ่งก่อตั้งใหม่ในชื่อ CR7 Sports Investments โดยเป็นการร่วมทุนกับกลุ่มทุนซาอุดีอาระเบีย นำโดยโมฮัมเหม็ด อัล-เคเรจิ เจ้าของสโมสรคนปัจจุบัน แม้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขทางการเงินอย่างเป็นทางการ แต่ดีลนี้ถือเป็นหมากสำคัญในเส้นทางนักธุรกิจลูกหนังของโรนัลโด้อย่างแท้จริง
หัวหอกวัย 41 ปี ซึ่งปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับอัล-นาสเซอร์ ในศึกซาอุดี โปรลีก ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า
นี่คือความทะเยอทะยานที่ผมมีมานานแล้ว ที่จะมีส่วนร่วมกับฟุตบอลในมิติที่มากกว่าการลงสนามแข่งขัน”
เจ้าของบัลลงดอร์ 5 สมัย ยังกล่าวชื่นชมอัลเมเรียว่าเป็นสโมสรที่มีรากฐานแข็งแกร่ง และมีศักยภาพในการเติบโตอย่างชัดเจน พร้อมแสดงความตั้งใจที่จะทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารเพื่อพาสโมสรเดินหน้าสู่เป้าหมายระยะยาว

ด้านอัล-เคเรจิ ประธานสโมสร ยกย่องโรนัลโด้ว่า เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล และเชื่อว่าประสบการณ์ในสเปนของเจ้าตัวจะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อโปรเจกต์ของทีม ทั้งในแง่ขุมกำลังชุดใหญ่ และระบบพัฒนาเยาวชน
สำหรับโรนัลโด้ นี่ถือเป็นการหวนคืนสู่แผ่นดินสเปนในอีกบทบาทหนึ่ง หลังเคยสร้างตำนานตลอด 9 ปีกับ เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ลาลีกา 2 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 4 สมัย ก่อนย้ายไปยูเวนตุส ในปี 2018
ปัจจุบัน อัลเมเรียกำลังลุ้นเลื่อนชั้น โดยรั้งอันดับ 3 ของตาราง ตามหลังจ่าฝูงเพียง 2 คะแนน และเหลือการแข่งขันอีก 15 นัดในฤดูกาลนี้
บทบาทใหม่นอกสนามของโรนัลโด้ จะเป็นแรงผลักดันให้อัลเมเรียทะยานกลับสู่ลีกสูงสุดได้หรือไม่ คงต้องจับตาดูกันยาว ๆ



