ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ บรรลุข้อตกลงคว้าตัว ซานโดร โตนาลี กองกลางทีมชาติอิตาลีจาก นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวรวมสูงถึง 100 ล้านปอนด์ ซึ่งกลายเป็นสถิติการซื้อนักเตะที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร
รายงานระบุว่า “ไก่เดือยทอง” จะจ่ายค่าตัวเบื้องต้นจำนวน 92.5 ล้านปอนด์ พร้อมโบนัสตามเงื่อนไขอีก 7.5 ล้านปอนด์ หากนักเตะและสโมสรทำผลงานได้ตามเป้าหมายที่กำหนด นอกจากนี้ โตนาลี ยังเตรียมรับค่าเหนื่อยมากกว่า 275,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หลังย้ายมาค้าแข้งในถิ่นท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม
รายงานเผยว่า มิดฟิลด์วัย 26 ปี ต้องการร่วมงานกับ โรแบร์โต เด แซร์บี กุนซือชาวอิตาลีของสเปอร์สเป็นอย่างมาก จึงตอบรับการย้ายทีม แม้จะได้รับความสนใจจากหลายสโมสรชั้นนำ รวมถึง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ การได้ร่วมงานกับกุนซือร่วมชาติ ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ โตนาลี ตัดสินใจเลือกย้ายมาสวมเสื้อ “ไก่เดือยทอง”
ดีลของ โตนาลี เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ ท็อตแน่ม บรรลุข้อตกลงคว้าตัว มาเตอุส แฟร์นันด์ส จาก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 85 ล้านปอนด์ ส่งผลให้ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ สโมสรใช้เงินเสริมทัพรวมทะลุ 200 ล้านปอนด์ เป็นที่เรียบร้อย
ก่อนหน้านี้ ท็อตแน่ม ยังทุ่มเงิน 52 ล้านปอนด์ คว้าตัว ยาน พอล ฟาน เฮคเคอ กองหลังจาก ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน พร้อมทั้งเซ็นสัญญากับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, มาร์กอส เซเนซี และ มาร์ติน ดูบราฟกา แบบไม่มีค่าตัว
การเสริมทัพครั้งใหญ่ของ ท็อตแน่ม สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสโมสรอย่างชัดเจน หลังทีมจบอันดับ 17 ของพรีเมียร์ลีกติดต่อกันถึงสองฤดูกาล และเกือบตกชั้นในฤดูกาลที่ผ่านมา โดยสามารถรอดพ้นจากการตกชั้นได้ในนัดสุดท้ายของฤดูกาล การดึงนักเตะระดับแถวหน้าของยุโรปเข้ามาเสริมทัพต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของสโมสรที่จะยกระดับขุมกำลัง และกลับมาลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรปอีกครั้งในฤดูกาลใหม่



