ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ประกาศเปิดตัว ซานโดร โตนาลี กองกลางทีมชาติอิตาลีจาก นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการ ด้วยค่าตัวรวมสูงสุด 100 ล้านปอนด์ ซึ่งกลายเป็นสถิติใหม่ของสโมสร และสะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังของ “ไก่เดือยทอง” ในการยกระดับทีมสำหรับฤดูกาลใหม่
ดีลดังกล่าวมีมูลค่าเบื้องต้น 92.5 ล้านปอนด์ พร้อมโบนัสตามผลงานอีก 7.5 ล้านปอนด์ หลังจากก่อนหน้านี้ สเปอร์สเคยยื่นข้อเสนอราว 80 ล้านปอนด์แต่ถูก นิวคาสเซิล ปฏิเสธ ก่อนกลับมาปิดดีลได้สำเร็จ
กองกลางวัย 26 ปี เปิดเผยว่าการพูดคุยกับ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจย้ายมาค้าแข้งในลอนดอน
“ผมมีความสุขมากที่ได้ย้ายมาที่นี่ หลายคนบอกว่ามีหลายสโมสรสนใจผม แต่ความจริงแล้ว สำหรับผมมีเพียงสโมสรเดียว”
“ผมคุยกับโค้ชเกือบสองชั่วโมง เราพูดถึงสโมสร แฟนบอล สนามแข่งขัน และแนวทางการเล่น ทุกอย่างทำให้ผมรู้ทันทีว่านี่คือที่ที่ผมต้องการมา”
“ทุกครั้งที่เคยมาเยือนสนามแห่งนี้ ผมสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันยอดเยี่ยมจากแฟนบอล และผมแทบรอไม่ไหวที่จะเริ่มต้นฤดูกาลใหม่”
โตนาลี ย้ายจาก เอซี มิลาน มาอยู่กับ นิวคาสเซิล เมื่อปี 2023 ด้วยค่าตัวราว 55 ล้านปอนด์ แต่ต้องเผชิญมรสุมครั้งใหญ่ หลังถูกสมาคมฟุตบอลอิตาลีสั่งแบน 10 เดือน จากคดีละเมิดกฎการพนัน
อย่างไรก็ตาม หลังพ้นโทษแบน เขาสามารถกลับมายึดตำแหน่งตัวจริงได้ทันที และเป็นกำลังสำคัญพา “สาลิกาดง” คว้าแชมป์ คาราบาว คัพ 2025 ซึ่งถือเป็นถ้วยแชมป์รายการใหญ่ใบแรกของสโมสรในรอบกว่า 70 ปี
ก่อนอำลาทีม โตนาลี ยังโพสต์ข้อความซาบซึ้งถึงแฟนบอลและสโมสรผ่านโซเชียลมีเดีย
“ถึงเวลาที่ต้องกล่าวคำอำลา แม้มันจะยากที่จะหาคำพูดมาบรรยาย”
“ขอบคุณสตาฟฟ์โค้ช เพื่อนร่วมทีม และโดยเฉพาะ เอ็ดดี้ ฮาว ที่คอยเชื่อมั่นและสนับสนุนผมมาตลอด”
“นิวคาสเซิลไม่ได้มอบแค่ฟุตบอลให้กับผม แต่ยังมอบบ้าน ความทรงจำ และผู้คนที่ผมจะไม่มีวันลืม”
ด้าน โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ยอมรับว่าเขาติดตามฝีเท้าของ โตนาลี มาตั้งแต่สมัยเป็นดาวรุ่งกับ เบรสชา และเชื่อมั่นว่ากองกลางรายนี้จะยกระดับทีมได้ทันที
“ผมติดตาม ซานโดร มานานมาก ตั้งแต่เขาอยู่กับ เบรสชา ซึ่งเป็นเมืองบ้านเกิดของผม”
“เขาเป็นนักเตะที่มีคุณภาพทางเทคนิคยอดเยี่ยม เข้าใจเกมอย่างลึกซึ้ง และมีบุคลิกที่พร้อมรับแรงกดดันในสโมสรที่ต้องการประสบความสำเร็จ”
การคว้าตัว โตนาลี ถือเป็นการเสริมทัพครั้งใหญ่ต่อเนื่องของ ท็อตแน่ม หลังเพิ่งปิดดีล มาเตอุส แฟร์นันเดส จาก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 85 ล้านปอนด์ รวมถึงดึง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และ มาร์กอส เซเนซี มาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว
หากรวมกับการเซ็นสัญญา ยาน พอล ฟาน เฮ็คเคอ ทำให้ สเปอร์ส ใช้งบเสริมทัพมหาศาลในช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อสร้างทีมใหม่หลังจากฤดูกาลที่ผ่านมาเกือบหล่นชั้นอย่างหวุดหวิด
สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลข 100 ล้านปอนด์ คือแนวคิดของ สเปอร์ส ในการสร้างทีมใหม่ภายใต้ เด แซร์บี้ เพราะการคว้าทั้ง โตนาลี และ มาเตอุส แฟร์นันเดส แสดงให้เห็นว่าพวกเขากำลังลงทุนกับมิดฟิลด์ที่สามารถครองบอล เร่งจังหวะ และเล่นเกมเพรสซิ่งได้ในระดับสูง
โตนาลี ไม่ใช่นักเตะประเภทสร้างสีสันด้วยตัวเลขประตูหรือแอสซิสต์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นกองกลางที่ช่วยควบคุมจังหวะเกม เชื่อมเกมรับสู่เกมรุก และเพิ่มความนิ่งในแมตช์ใหญ่ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ สเปอร์ส ขาดมาตลอดหลายฤดูกาล
หากเขาปรับตัวเข้ากับฟุตบอลอังกฤษได้อย่างต่อเนื่อง และประสานงานกับ แฟร์นันเดส ได้ลงตัว การลงทุนมหาศาลครั้งนี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ “ไก่เดือยทอง” กลับมาเป็นทีมที่น่ากลัวในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง



