แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บรรลุข้อตกลงคว้าตัว อันเดรย์ ซานโตส กองกลางทีมชาติบราซิลจาก เชลซี อย่างเป็นทางการ ด้วยค่าตัวรวม 50 ล้านปอนด์ นับเป็นอีกหนึ่งดีลสำคัญของทัพ “ปีศาจแดง” ในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อยกระดับคุณภาพในแดนกลางก่อนเปิดฤดูกาล
รายละเอียดของข้อตกลงระบุว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะจ่ายค่าตัวการันตี 48 ล้านปอนด์ พร้อมโบนัสตามเงื่อนไขอีก 2 ล้านปอนด์ ขณะที่เชลซียังเก็บเงื่อนไข ส่วนแบ่งจากการขายต่อ 10% เอาไว้ หากนักเตะถูกขายในอนาคต
ซานโตสได้รับอนุญาตให้เข้ารับการตรวจร่างกายก่อนปิดดีล และกลายเป็นการเสริมทัพรายสำคัญของทีมในตำแหน่งกองกลาง ซึ่งเป็นจุดที่สโมสรต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างเร่งด่วน
แม้ฤดูกาล 2025/26 ซานโตสจะได้รับโอกาสลงสนามให้เชลซีถึง 43 นัดรวมทุกรายการ พร้อมทำผลงาน 3 ประตู กับอีก 4 แอสซิสต์ แต่อนาคตของเขาที่สแตมฟอร์ด บริดจ์กลับไม่ชัดเจนนัก
ปัจจัยสำคัญมาจากการแข่งขันแย่งตำแหน่งในแดนกลางที่เข้มข้น รวมถึงการที่ มอยเซส ไกเซโด ต่อสัญญาระยะยาวกับสโมสรจนถึงปี 2033 ส่งผลให้ซานโตสมองหาความท้าทายใหม่ เพื่อโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่องในระดับสูง
กองกลางวัย 22 ปี ย้ายจาก วาสโก ดา กามา มาร่วมทีมเชลซีเมื่อปี 2023 ก่อนถูกปล่อยยืมตัวไปเก็บประสบการณ์กับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ และ สตราส์บูร์ก สโมสรพันธมิตรในลีกเอิง ฝรั่งเศส
ประสบการณ์จากหลายลีกยุโรปช่วยให้ซานโตสพัฒนาฝีเท้าอย่างต่อเนื่อง จนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดของบราซิล
นอกจากการคว้าตัวอันเดรย์ ซานโตสแล้ว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยังปิดดีล คาร์ล ดาร์โลว์ ผู้รักษาประตูจอมเก๋าแบบไม่มีค่าตัว เพื่อเพิ่มตัวเลือกในตำแหน่งนายด่านก่อนเริ่มฤดูกาลใหม่
การมาถึงของซานโตสสะท้อนให้เห็นถึงแผนการสร้างทีมระยะยาวของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ต้องการเติมผู้เล่นอายุน้อยซึ่งมีศักยภาพสูงเข้ามาเป็นแกนหลักในอนาคต โดยแฟนบอลปีศาจแดงต่างคาดหวังว่า กองกลางทีมชาติบราซิลรายนี้จะเข้ามาเพิ่มมิติให้กับเกมแดนกลาง และก้าวขึ้นเป็นกำลังสำคัญของทีมได้ในระยะยาว



