เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศอันเข้มข้นในศึกฟุตบอลโลก 2026 และนี่คือเกมนัดหยุดโลกที่แฟนบอลทั่วทุกมุมโลกตั้งตารอคอย เมื่อทัพ “สิงโตคำราม” อังกฤษ ภายใต้การกุมบังเหียนของ โทมัส ทูเคิ่ล ที่กำลังอยู่ในฟอร์มร้อนแรงคว้าชัยชนะมา 4 นัดติดต่อกัน ต้องโคจรมาปะทะกับ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา แชมป์เก่าที่นำทัพโดย ลิโอเนล เมสซี่ ซึ่งระเบิดฟอร์มเก่งพาทีมยืดสถิติชนะรวดมาอย่างยาวนานถึง 13 นัดในทุกรายการ การเผชิญหน้ากันครั้งนี้จึงไม่เป็นเพียงแค่เกมแห่งศักดิ์ศรี แต่ยังมีตั๋วรอบชิงชนะเลิศเป็นเดิมพันสูงสุดที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง
- วันที่ 16 กรกฎาคม 2569
- เวลา : 02:00 น.
- สนาม : เมอร์เซเดส-เบนซ์ สเตเดียม
- ถ่ายทอดสด : MONOMAX
สถิติที่น่าสนใจ
- ลิโอเนล เมสซี่ มีส่วนร่วมกับการได้ประตู (ยิงหรือแอสซิสต์) ตลอด 7 นัดหลังสุดที่ลงสนามในเกมระดับนานาชาติประเภทแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะในทัวร์นาเมนต์นี้ซัดไปแล้ว 8 ประตูกับอีก 2 แอสซิสต์ ทำสถิติมส่วนร่วมกับประตูทะลุเลขสองหลักในฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่สองติดต่อกัน
- แฮร์รี่ เคน และ จู๊ด เบลลิงแฮม คือสองทีเด็ดในแนวรุกของทีมชาติอังกฤษ โดยในทัวร์นาเมนต์นี้ถล่มประตูไปแล้วคนละ 6 ประตู
- อาร์เจนตินาโชว์ความเฉียบคมในเกมรุกอย่างน่ากลัว โดยสามารถทำประตูได้มากกว่า 2.5 ประตูต่อเกม ใน 4 นัดหลังสุดของการแข่งขันอย่างเป็นทางการ
- อังกฤษสามารถฝ่าฟันเข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ได้เป็นครั้งที่ 4 นับตั้งแต่ปี 2018 ขณะที่อาร์เจนตินาแสดงความทรหดด้วยการผ่านด่านรอบน็อกเอาต์สุดดราม่ากับทั้ง เคปเวิร์ด, อียิปต์ และสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมยืดสถิติชนะติดต่อกันเป็น 13 นัดล่าสุด
ความพร้อมล่าสุด
อังกฤษ : เช็กสภาพความพร้อมของพลพรรค “สิงโตคำราม” นัดนี้ โทมัส ทูเคิ่ล เจอปัญหาปวดหัวในเกมรับเนื่องจาก จาเรลล์ ควอนซาห์ ติดโทษแบนหมดสิทธิ์ลงสนาม ขณะที่ รีซ เจมส์ แบ็กขวาตัวเก่งสภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อยและไม่น่าจะถูกเสี่ยงส่งลงสนามเป็นตัวจริง นอกจากนี้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็ชวดช่วยทีมแน่นอนแล้วเนื่องจากต้องเข้ารับการผ่าตัดที่ข้อมือ ส่วนในรายของ ดีแคลน ไรซ์ แม้จะมีอาการป่วยรบกวนจนฟิตไม่เต็มร้อยในเกมก่อนหน้า แต่คาดว่าจะผ่านความฟิตลงคุมแดนกลางร่วมกับ เอลเลียต แอนเดอร์สัน ได้ไม่มีปัญหา
อาร์เจนตินา : ทางฝั่งขุมกำลัง “ฟ้าขาว” ของกุนซือ ลิโอเนล สกาโลนี่ ถือว่าสมบูรณ์สุดขีดไม่มีรายงานผู้เล่นบาดเจ็บเพิ่มเติมหรือติดโทษแบนให้ต้องกังวล โดยผู้เล่นชุดหลักที่เบียดเอาชนะสวิตเซอร์แลนด์มาได้ในช่วงต่อเวลาพิเศษพร้อมออกสตาร์ตทั้งหมด เกมนี้คาดว่าจะยังคงใช้ เลอันโดร ปาเรเดส ลงตัดเกมในแดนกลางเพื่อเน้นความรัดกุมและสร้างสมดุลในเกมรับ โดยมี ติอาโก้ อัลมาด้า ที่ทำผลงานเด่นในฐานะซูเปอร์ซับรอโอกาสบนม้านั่งสำรอง ส่วนแนวรุก ลิโอเนล เมสซี่ พร้อมประจำการ โดยมี ฮูเลียน อัลวาเรซ เป็นตัวเลือกล่าตาข่ายร่วมกัน
รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
อังกฤษ (4-2-3-1) : จอร์แดน พิคฟอร์ด (GK) – ดเจด สเปนซ์, เอซรี คอนซ่า, มาร์ค เกฮี, โอไรลีย์ – ดีแคลน ไรซ์, เอลเลียต แอนเดอร์สัน – บูกาโย ซาก้า, จู๊ด เบลลิงแฮม, แอนโทนี่ กอร์ดอน – แฮร์รี่ เคน
อาร์เจนตินา (4-4-2) : เอมิเลียโน มาร์ติเนซ (GK) – นาฮูเอล โมลิน่า, คริสเตียน โรเมโร, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, นิโคลัส ตาเกลียฟิโก้ – นิโคลัส กอนซาเลซ, เอ็นโซ เฟอร์นันเดซ, เลอันโดร ปาเรเดส, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ – ฮูเลียน อัลวาเรซ, ลิโอเนล เมสซี่
ทรรศนะจาก Golarity
เกมนี้จะเป็นการดวลกันด้วยแท็กติกอย่างเข้มข้น อังกฤษของทูเคิ่ลมีทีเด็ดในแนวรุกที่ฝากความหวังไว้กับ แฮร์รี่ เคน และ จู๊ด เบลลิงแฮม ที่ฟอร์มกำลังเข้าฝัก ทว่าปัญหาใหญ่คือแนวรับที่ยังมีข้อผิดพลาดให้เห็นและขาดความสม่ำเสมอมาตลอดทัวร์นาเมนต์ ซึ่งถือเป็นจุดอันตรายอย่างยิ่งเมื่อต้องรับมือกับอาร์เจนตินาที่มีเกมรุกดุดันและหลากหลาย โดยเฉพาะ ลิโอเนล เมสซี่ ที่พร้อมสร้างความแตกต่างได้ทุกวินาที ประกอบกับทัพฟ้าขาวชุดนี้มีความเก๋าเกมในทัวร์นาเมนต์ใหญ่และมีสมดุลทีมที่รัดกุมกว่า ภาพรวมจึงเป็นอาร์เจนตินาที่มีความเด็ดขาดมากกว่า และมีโอกาสเบียดเอาชนะสิงโตคำรามเพื่อตีตั๋วสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ
ผลการแข่งขันที่คาด : อังกฤษ 0-1 / 1-2 อาร์เจนตินา



