เวย์น รูนีย์ อดีตกองหน้าระดับตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดใจถึงช่วงเวลาที่ยากที่สุดในอาชีพนักฟุตบอล โดยการยอมรับว่าตัวเองไม่อยู่ในจุดสูงสุดอีกต่อไปคือเรื่องที่ท้าทายที่สุด พร้อมยกตัวอย่างกรณีของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่กำลังเผชิญสถานการณ์คล้ายกันกับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้
รูนีย์ ซึ่งเคยค้าแข้งกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นานถึง 13 ปี และสร้างผลงานระดับตำนานด้วยการลงสนาม 559 นัด ยิง 253 ประตู พร้อมพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย รวมถึงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และถ้วยรายการสำคัญอีกมากมาย ยอมรับว่าเขาเคยเผชิญช่วงเวลานี้ด้วยตัวเองมาแล้ว
เจ้าตัวเผยว่า จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ย้ายเข้ามา และทำให้บทบาทของเขาในทีมลดลงอย่างชัดเจน จนต้องตัดสินใจย้ายออกจากทีมในปี 2017 เพื่อกลับไปอยู่กับเอฟเวอร์ตัน
“สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับนักฟุตบอลคือการเข้าใจว่าคุณอาจไม่ใช่ผู้เล่นคนเดิมอีกต่อไปแล้ว ผมเจอสิ่งนั้นกับตัวเอง และผมเลือกที่จะยอมรับมัน” รูนีย์กล่าว
ในมุมมองของเขา สถานการณ์ดังกล่าวกำลังเกิดขึ้นกับซาลาห์ ที่แม้จะเป็นกำลังสำคัญของลิเวอร์พูลมาอย่างยาวนาน แต่ฟอร์มในฤดูกาลนี้ลดลงเมื่อเทียบกับมาตรฐานเดิม โดยดาวยิงวัย 33 ปีทำผลงานในลีกได้ต่ำกว่าสถิติที่เคยทำได้ในหลายปีที่ผ่านมา
รูนีย์ยังมองว่า อายุและสภาพร่างกายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อฟอร์มของนักเตะ โดยระบุว่าสิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับซาลาห์เพียงคนเดียว แต่รวมถึง เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ที่ฟอร์มในฤดูกาลนี้ก็ไม่โดดเด่นเหมือนเดิม
“อายุทำให้ทุกคนเปลี่ยนไป มันส่งผลต่อเกมของคุณ และมันยากมากสำหรับผู้เล่นคนอื่นที่จะก้าวขึ้นมาแทนผู้นำในทีม” เขากล่าวเสริม
นอกจากนี้ รูนีย์ยังพูดถึงยุคของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของลิเวอร์พูล โดยยอมรับว่าหากมีโอกาส เขาอยากลงเล่นภายใต้การคุมทีมของกุนซือชาวเยอรมันรายนี้มากที่สุด
พร้อมกันนี้ เขายังเปรียบเทียบกับกุนซือคนปัจจุบันอย่าง อาร์เน สล็อต ว่าอาจยังไม่มีออร่าแบบเดียวกับคล็อปป์ ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อบรรยากาศและผลงานของทีมในฤดูกาลนี้



