ถือเป็นเกมนัดประวัติศาสตร์ของพลพรรค “ไวกิ้ง” ทีมชาตินอร์เวย์ ที่สามารถทะลุเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังจากหักปากกาเซียนล้มยักษ์ใหญ่อย่าง บราซิล มาได้ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยในรอบนี้พวกเขาต้องโคจรมาพบกับ “สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ ที่กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจสุดขีดหลังเฉือนชนะ เม็กซิโก มาแบบสุดมันส์ 3-2 ทำให้การเผชิญหน้ากันที่ไมอามีหนนี้จะกลายเป็นบิ๊กแมตช์ที่แฟนบอลทั่วโลกห้ามกะพริบตา
- วันที่ 12 กรกฎาคม 2569
- เวลา : 04:00 น.
- สนาม : ฮาร์ดร็อก สเตเดียม
- ถ่ายทอดสด : MONOMAX
สถิติที่น่าสนใจ
- ดาวยิงตัวเก่งของนอร์เวย์ กำลังอยู่ในฟอร์มที่ร้อนแรงสุดขีด หลังกระหน่ำไปแล้ว 7 ประตูจากการยิงเพียง 18 ครั้ง ในการลงสนาม 4 นัดของทัวร์นาเมนต์นี้
- แฮร์รี่ เคน ศูนย์หน้ากัปตันทีมชาติอังกฤษ ซัดไปแล้ว 6 ประตูในฟุตบอลโลกหนนี้ โดยมี จูด เบลลิงแฮม ตามมาติดๆ ที่จำนวน 4 ประตู
- ในทำเนียบจอมส่งให้เพื่อนพังประตู มาร์ติน โอเดการ์ด และ อันเดรียส เชลเดอรุป ทำไปคนละ 3 แอสซิสต์ให้นอร์เวย์ ส่วนฝั่งอังกฤษมี บูกาโย่ ซาก้า เป็นผู้นำที่จำนวน 3 แอสซิสต์เช่นกัน
- นอร์เวย์ สถาปนาตัวเองเป็นม้ามืดเต็มตัวจากการผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกอย่างยิ่งใหญ่
ความพร้อมล่าสุด
นอร์เวย์ : เช็กสภาพความพร้อมของทัพไวกิ้ง ขุมกำลังไม่มีปัญหาเพิ่มเติมให้ต้องปวดหัว โดย ยูเลี่ยน ไรเออร์สัน แบ็กขวาตัวเก่งสลัดอาการบาดเจ็บต้นขาลงเล่นในเกมชนะบราซิลได้แล้วและพร้อมปักหลักทำหน้าที่ต่อ คาดว่ากุนซือจะยึดผู้เล่นชุดเดิมจากเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยไม่มีรายงานผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบนเพิ่มเติมแต่อย่างใด บรรยากาศในแคมป์เต็มไปด้วยความฮึกเหิมและเชื่อมั่นว่าสามารถล้มได้ทุกทีม
อังกฤษ : ทางฝั่งสิงโตคำรามต้องเจอข่าวร้ายเมื่อ จาเรลล์ ควอนซาห์ กองหลังดาวรุ่งติดโทษแบนจากการโดนใบแดงในเกมพบเม็กซิโก ทำให้ เจด สเปนซ์ เตรียมสอดแทรกลงสนามแทนในตำแหน่งแบ็กขวา ขณะที่ รีซ เจมส์ แบ็กขวาอีกรายต้องรอเช็กฟิตหลังจากพลาดช่วยทีมใน 3 นัดหลังสุดเนื่องจากปัญหาเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง นอกจากนี้แกนหลักอย่าง มาร์ค เกฮี, นิโก้ โอเรลลี่, ดีแคลน ไรซ์ และ จูด เบลลิงแฮม ต้องเล่นด้วยความระมัดระวังเพราะหากโดนใบเหลืองเพิ่มอีกใบจะหมดสิทธิ์ลงเล่นในรอบรองชนะเลิศทันที
รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
นอร์เวย์ (4-2-3-1) : เออร์ยาน นีลันด์ (GK) – ดาวิด มอลเลอร์ โวลเฟ่, ทอร์บยอร์น เฮกเก็ม, คริสโตเฟอร์ อาเยอร์, ยูเลี่ยน ไรเออร์สัน – พาทริค แบร์ก, ซานเดอร์ แบร์เก้ – อันโตนิโอ นูซ่า, มาร์ติน โอเดการ์ด, อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ – เออร์ลิง ฮาลันด์
อังกฤษ (4-2-3-1) : จอร์แดน พิคฟอร์ด (GK) – นิโก้ โอเรลลี่, มาร์ค เกฮี, เอซรี่ คอนซ่า, เจด สเปนซ์ – เอลเลียต แอนเดอร์สัน, ดีแคลน ไรซ์ – แอนโทนี่ กอร์ดอน, จูด เบลลิงแฮม, บูกาโย่ ซาก้า – แฮร์รี่ เคน
ทรรศนะจาก Golarity
นอร์เวย์ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาไม่กลัวทีมใหญ่และพร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ได้ตลอดเวลา โดยมีทีเด็ดในแนวรุกอย่าง เออร์ลิง ฮาลันด์ ที่ฟอร์มกำลังเข้าฝักและอันตรายในทุกจังหวะ อย่างไรก็ตาม อังกฤษ เริ่มเล่นด้วยความมั่นใจและยกระดับเกมขึ้นเรื่อยๆ แม้แนวรับจะมีปัญหาจากการติดโทษแบนของ ควอนซาห์ แต่ศักยภาพโดยรวมและทีเด็ดจาก แฮร์รี่ เคน รวมถึง จูด เบลลิงแฮม ยังดูมีความหลากหลายกว่า คาดว่าเกมนี้จะเปิดหน้าแลกกันอย่างสนุกตามสไตล์ฟุตบอลที่เน้นพละกำลัง แต่สุดท้ายความเก๋าเกมในทัวร์นาเมนต์ระดับโลกน่าจะช่วยให้ทัพ “สิงโตคำราม” เบียดเอาชนะไปได้แบบหวุดหวิด พร้อมคว้าตั๋วรอบรองชนะเลิศไปครอง
ผลการแข่งขันที่คาด : นอร์เวย์ 0-1 / 1-2 อังกฤษ



